แบตเตอรี่รถยนต์ใช้ได้กี่ปี? ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่? คำถามที่ผู้ใช้รถยนต์หลายคนสงสัยเกี่ยวกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์ ซึ่งแบตเตอรี่รถยนต์มีความสำคัญต่อรถทุกคันเป็นอย่างมาก จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ดังนั้นแล้ว บทความนี้เราได้รวบรวมเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับแบตเตอรี่รถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นอายุแบตเตอรี่รถยนต์ วิธีสังเกตอาการผิดปกติ และสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุการใช้งานเร็วกว่าปกติ เพื่อให้ท่านได้ตระหนักถึงความสำคัญของแบตเตอรี่รถยนต์ให้มากยิ่งขึ้น
เรื่องที่ควรรู้ อายุใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์คือกี่ปี?
อย่างที่ทราบกันดีว่าแบตเตอรี่เป็นหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญของรถยนต์ที่ทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนโดยเฉพาะ ซึ่งหากหม้อแบตรถยนต์เสื่อมสภาพหรือหมดอายุการใช้งาน รถยนต์จะไม่สามารถสตาร์ทและทำงานได้เลย แต่ปกติแล้วแบตรถยนต์อยู่ได้กี่ปี? และแบตเตอรี่รถยน์ใช้ได้นานสุดกี่ปี? โดยคำตอบคือ อายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 – 2 ปี และอาจจะยาวนานกว่านี้ถึง 3 ปีก็เป็นได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่มีการใช้งานสม่ำเสมอ ดูแลรักษาเป็นอย่างดี อายุใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์ก็จะยาวนานขึ้นตามไปด้วย
แต่ในทางตรงกันข้าม หากผู้ใช้รถยนต์ไม่หมั่นใช้งาน หรือสตาร์ทรถเพื่ออุ่นเครื่องยนต์ก่อนการใช้งาน รวมถึงการจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานาน ๆ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ก็จะลดลงได้เร็วลงอย่างมาก ส่งผลให้จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตรถยนต์บ่อยมากขึ้น นอกจากนี้ แบตเตอรี่ในท้องตลาดก็มีหลากหลายรุ่น หลายยี่ห้อ ซึ่งแต่ละแบบก็มีคุณสมบัติที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานแตกต่างกันออกไป ดังนั้นแล้ว ควรทำความเข้าใจแบตเตอรี่ที่ใช้ให้ดีก่อน เพื่อเตรียมพร้อมเปลี่ยนแบตเตอรี่
วิธีสังเกตอาการแบตเตอรี่รถยนต์ กี่ปีเปลี่ยนถึงจะเหมาะสม?
หากไม่อยากประสบปัญหารถยนต์สตาร์ทไม่ติดระหว่างการเดินทางหรือรถดับขณะขับขี่ การดูแลรถยนต์จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และจำเป็นต้องหมั่นสังเกตอาการอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสามารถตรวจเช็กได้ด้วยตนเองง่าย ๆ เพียง 4 วิธี จะมีวิธีสังเกตอาการอย่างไรบ้าง ตามไปดูพร้อม ๆ กัน
1. ไฟหน้ารถไม่สว่างเท่าที่ควร
ปัจจัยนี้จะเห็นได้ชัดที่สุดในตอนกลางคืน โดยการเปิดไฟหน้ารถว่ามีความสว่างปกติหรือไม่ หากในกรณีที่ไฟหน้ารถไม่สว่าง อาจจะเกิดจากระบบไฟฟ้าภายในรถกำลังอ่อนลง ซึ่งมีสาเหตุมาจากแบตเตอรี่รถยนต์เริ่มเสื่อมสภาพแล้วนั่นเอง
2. ระบบไฟฟ้าทำงานผิดปกติ
จากปัจจัยแรกที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ระบบไฟฟ้านอกจากจะส่งผลต่อไฟหน้ารถแล้ว เครื่องเสียง วิทยุ หรือกระจกไฟฟ้าก็ทำงานด้วนระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกัน ซึ่งหากเกิดอาการติด ๆ ดับ ๆ หรือการทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เดาได้เลยว่าเป็นเพราะระบบไฟฟ้าทำงานผิดปกติอย่างแน่นอน
3. ไฟตาแมวเปลี่ยนสี
วิธีนี้สามารถดูได้ง่าย ๆ โดยการตรวจสอบที่ไฟตาแมวของแบตเตอรี่ แม้ว่าสีของแบตเตอรี่จะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อ แต่สามารถตรวจสอบได้ที่สติกเกอร์ที่ติดมาพร้อมกับแบตเตอรี่ ซึ่งจะสามารถสังเกตได้ทันทีว่าแบตเตอรี่รถยนต์เหลือกี่เปอร์เซ็น ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์เมื่อไหร่
4. สตาร์ทรถยนต์ติดยาก
อาการนี้เป็นการสังเกตที่ง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยการสังเกตว่ารถยนต์สตาร์ทติดยากหรือไม่ หากพบว่ารถยนต์สตาร์ทติดยาก ทดสอบกี่ครั้งก็ไม่ติด อาจจะเกิดจากแบตเตอรี่ แต่กระนั้น บางกรณีอาจจะไม่ได้เกิดจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว อาจจะเกิดจากไดชาร์จได้เช่นกัน ดังนั้นแล้ว ควรทดสอบต่อพ่วงชาร์จก่อน หากรถยนต์ติดสามารถใช้งานได้ หลังจากดับเครื่องยนต์และกลับมาสตาร์ทติดได้ แสดงว่าไดชาร์จไม่มีปัญหา เกิดจากแบตเตอรี่อย่างแน่นอน
สาเหตุการทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ
หลายคนอาจเคยประสบปัญหาใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์ 1 ปี เสื่อมสภาพแล้ว ซึ่งอาจจะยังไม่หมดอายุการใช้ แต่เพราะพฤติกรรมที่ทำให้เสื่อมสภาพไวกว่าปกติ ทำให้แบตเตอรี่ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ หากในกรณีที่รุนแรงที่สุดคือรถยนต์ดับกลางคันและสตาร์ทไม่ติดอีกต่อไป โดยเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังต่อไปนี้
1. การจอดรถยนต์ทั้งไว้เป็นเวลานาน
สาเหตุแรกนี้ถือได้ว่าเป็นสาเหตุหลักที่เกิดขึ้นได้บ่อยที่สุดเลยสำหรับปัญหาแบตเตอรี่เสื่อม ซึ่งปกติแล้วแบตเตอรี่จะคายประจุไฟออกมาตลอดเวลาในช่วงที่ไม่ได้ขับขี่ เมื่อไหร่ก็ตามที่แบตเตอรี่สูญเสียประจุไฟมากจนเกินไป อายุใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์ลดลงอย่างรวดเร็วมากเท่านั้น ทำให้แบตเตอรี่ไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ดังนั้นแล้ว ทางที่ดีควรนำรถยนต์ออกไปขับ หรืออย่างน้อยที่สุดคือสตาร์ทรถอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เพื่อให้แบตเตอรี่ยังสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ สามารถเลือกใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ได้ เพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น
2. ลืมปิดไฟส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์
หลังจากการใช้งานรถยนต์เสร็จสิ้น หลายคนมักลืมปิดไฟส่องสว่างตามส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์ จนทำให้แบตเตอรี่รถยนต์หมดและเสื่อมสภาพการใช้งานไวมากขึ้น ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ใครหลายคนพลาดกันบ่อยที่สุด ซึ่งหากไม่อยากเสียเงินค่าเปลี่ยนแบตรถยนต์บ่อย ๆ ควรตรวจสอบรถอย่างละเอียดทุกครั้งหลังถึงที่หมาย แม้ว่าจะจอดรถนานหรือไม่ ก็ควรปิดไฟทั้งหมด เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดปัญหาอายุแบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมสภาพการใช้งาน
3. น้ำกลั่นมีสิ่งปนเปื้อน
ปัจจัยสุดท้ายเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามคือการเลือกใช้น้ำกลั่นที่มีมาตรฐาน เพราะหากเป็นน้ำกลั่นที่ไม่มีสะอาด สกปรก หรือมีสิ่งปนเปื้อนภายใน จะส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้แบตเตอรี่เก็บไฟไม่อยู่และเสื่อมสภาพการใช้งานไปในที่สุด นอกจากนี้ อีกหนึ่งส่วนที่สำคัญคือ การทำความสะอาดตัวหม้อแบตรถยนต์ก่อนเติมน้ำกลั่น โดยเฉพาะบริเวณจุดเติมน้ำกลั่น เพื่อทำความสะอาดคราบสกปรกที่อาจเข้าไปเจือปน
บทสรุป
จากทั้งหมดที่กล่าวไปในบทความ จะเห็นได้ถึงความสำคัญของแบตเตอรี่ หวังว่าจะช่วยตอบคำถามว่าแบตเตอรี่รถยนต์อยู่ได้กี่ปีได้เป็นอย่างดี เพื่อให้การขับขี่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และรักษาสภาพการใช้งานของรถยนต์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เหมาะสำหรับการขับขี่ อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแค่แบตเตอรี่เท่านั้น อะไหล่และส่วนประกอบอื่น ๆ ของรถยนต์ก็สำคัญไม่แพ้กัน จึงควรหมั่นตรวจเช็กสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ
หากใครกำลังมองหาแบตเตอรี่เพื่อเปลี่ยนให้กับรถยนต์คู่ใจ CNC789 ร้านอะไหล่รถยนต์ที่มีบริการขายส่งอะไหล่รถยนต์ รับประกันได้เลยว่าตอบโจทย์ทุกความต้องการอะไหล่อย่างแน่นอน ไม่เพียงแค่แบตเตอรี่เท่านั้น แต่ยังมีอะไหล่อื่น ๆ อีกมากมาย ใครที่สนใจสามารถเข้าไปเลือกชมสินค้าได้ที่เว็บไซต์ หรือเบอร์ 02-420-7899